ไปญี่ปุ่นมาสองครั้ง ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่สุดยอดในหลาย ๆ ด้าน หลาย ๆ อย่าง
แต่ถ้าต้องเลือกขึ้นมาเพียงอย่างเดียว เป็นสุดยอดของสุดยอดของญี่ปุ่น ผมยกให้ "รถไฟ" ครับ
รถไฟ นับเป็นการคมนาคมหลักของประเทศญี่ปุ่น มีตั้งแต่รถไฟสายโลคอลหวานเย็นวิ่งวนรอบเมืองจอดมันทุกสถานี สายเอกซ์เพรสรวดเร็วจอดเฉพาะสถานีใหญ่ ๆ ไปจนถึงรถไฟหัวกระสุนชินคันเซ็นวิ่งข้ามเมืองข้ามเกาะกันเลย
อีกหนึ่งความน่ากลัวของรถไฟญี่ปุ่น คือแผนผังสถานีครับ (ใครอยากรู้น่ากลัวยังไง ลองกูเกิลว่า Tokyo rail map ดูก็ได้)
สถานีรถไฟที่นี่ก็มีหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่สถานีใหญ่ที่คนเดินกันมโหฬารมหาศาลบานตะไท (แต่แม่งเดินไม่ชนกันเลยได้ไงวะ) ที่มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครันแบบโตเกียว ไปจนถึงสถานีที่ไม่รู้จะเรียกว่าสถานีได้ไหม คือแม่งมีแค่ชานชาลาโง่ ๆ อันนึงที่ทำจากไม้ยกสูงขึ้นมาจากพื้นเท่านั้น ชานชาลาเดียวด้วย แถมสั้นชนิดที่ว่าขบวนรถไฟเปิดทุกประตูไม่ได้ ประตูหลัง ๆ แม่งตกชานชาลา จุดซื้อตั๋วยังไม่มีด้วยซ้ำ ต้องไปซื้อบนรถเอา
แต่ส่วนที่ผมทึ่งที่สุดของรถไฟที่นี่ก็คือพนักงานครับ
มีอยู่วันหนึ่ง ผมเห็นเจ้าหน้าที่คนหนึ่งบนชานชาลา (ไม่รู้ว่าต้องเรียกว่าตำแหน่งอะไรดี) หน้าที่ของเขาคือการเดินกลับไปกลับมาระหว่างชานชาลาซ้ายขวา คอยสอดส่องตลอดแนวบริเวณ ชานชาลาไหนมีรถไฟเข้า เขาก็จะไปยืนประจำจุด โบกธงทีนึงเป็นสัญญาณว่า ปลอดภัย เข้ามาได้ ก่อนรถไฟจะออกจากสถานี เขาก็จะมองอีกรอบเช็คว่าไม่มีผู้โดยสารกำลังขึ้นลงหรืออยู่ใกล้เคียงบริเวณนั้น ยกธงเป็นสัญญาณบอกให้รถไฟออกจากสถานีได้
เฮ้ย พี่ครับ งานของพี่แม่งโคตรน่าเบื่อเลย วัน ๆ นึงพี่ทำงานกี่ชั่วโมง ต้องเดินไปเดินกลับยกธงอยู่แบบนี้นานแค่ไหน มีเปลี่ยนกะไหม ง่วงไหม เบื่อไหม มีวิธีจัดการกับความเบื่อยังไง มีเพื่อนคุยบ้างไหม
แต่ไม่ว่ารถไฟจะผ่านไปกี่ขบวน พี่แกก็ยังท่าทางแข็งขันขมักเขม้นกับการมองซ้ายขวาแล้วยกธงต่อไป คือพี่เขาดูจริงจังกับงานมาก มากจนผมสงสัยว่าตกลงงานมันสนุกจริง ๆ ใช่ไหม พี่ดูไม่เบื่อเลย
เออ แล้วสถานีนึงต้องมีคนแบบพี่กี่คน ยิ่งสถานีใหญ่ ๆ แบบโตเกียวงี้มีหลายสิบชานชาลา อื้อหือ
เจ้าหน้าที่ตำแหน่งอื่น ๆ ล่ะ พนักงานขับรถไฟ คนตรวจตั๋ว เจ้าหน้าที่บริการข้อมูล เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ฯลฯ ตำแหน่งพวกนี้มาคิดดูแล้วก็น่าสนใจด้วยกันทั้งนั้น แต่ละวันพวกเขาทำอะไรกัน เจอกับลูกค้าแบบไหน มีวิธีดูแลรับมือลูกค้ายังไง
เออ พิมพ์มาตั้งนาน ไม่รู้จะจบยังไงให้สวย ๆ ว่ะ
เอาเป็นว่า ผมเลิกหวังให้รถไฟไทยได้ขนาดนั้นไปละ มึงได้สักครึ่งของเขาก็ดีชิบหายแล้วครับ
No comments:
Post a Comment